อาการปวดบ่าคอไหล่ที่คนทำงานเจอทุกวัน เกิดจากอะไร และมีวิธีจัดการอย่างไรโดยไม่ต้องรอคิวหมอนวด
ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป จนกล้ามเนื้อบางมัดทำงานหนักเกินและบางมัดอ่อนแรงลง
1. บ่าและสะบัก
จุดที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการยกไหล่ค้างขณะพิมพ์งาน หรือจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำเกินไปจนต้องก้มคอ กล้ามเนื้อ Upper Trapezius จะหดเกร็งจนกลายเป็นก้อนแข็งที่กดแล้วเจ็บ
วิธีดูแล: ปรับจอให้ขอบบนอยู่ระดับสายตา ตั้งเวลาลุกยืดทุก 45 นาที และใช้บาล์มสมุนไพรคลึงนวดบริเวณบ่าเบาๆ ก่อนนอน
2. ต้นคอด้านหลัง
อาการ Text Neck จากการก้มมองมือถือ ทุกๆ องศาที่ก้มลง น้ำหนักที่กระทำต่อกระดูกคอจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
วิธีดูแล: ยกมือถือขึ้นมาระดับสายตาแทนการก้มคอลงไป และฝึกท่า Chin Tuck โดยดันคางเข้าหาลำคอค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
3. หลังส่วนล่าง
การนั่งหลังค่อมทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดมากกว่าการยืน ควรนั่งให้หลังพิงพนักเต็ม และมีที่รองรับส่วนโค้งของหลังส่วนล่าง
4. ข้อมือและปลายแขน
จากการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในท่าที่ข้อมือกระดกขึ้น ควรวางข้อมือให้อยู่ในแนวตรงกับปลายแขน และพักมือทุกชั่วโมง
5. ตาและขมับ
การเพ่งจอนานทำให้กล้ามเนื้อรอบตาล้า ส่งผลต่อเนื่องเป็นอาการปวดขมับและปวดศีรษะ ใช้หลัก 20-20-20 คือทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
หากมีอาการชาร้าวลงแขนหรือขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ไม่ควรรักษาด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว